“จับแล้ว…เพื่อนร่วมห้องทำร้ายผู้ต้องกักขังที่ศรีสะเกษเสียชีวิต”

วันที่ 25 เมษายน 2562 เวลา 09.00 น. พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้ากรณี นายพรหมปัญญา เกษหอม ผู้ต้องกักขัง คดีเมาแล้วขับที่เสียชีวิตในสถานกักขังจังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฟันธงว่าน่าจะเสียชีวิตจากการถูกเพื่อนร่วมห้องกักขังทำร้าย

โดยในวันนี้ พันตำรวจเอก ณรัชต์ฯ ได้ให้การต้อนรับ พลตำรวจตรี สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมคณะพนักงานสอบสวน และนำเข้าไปในเรือนจำ เพื่อแจ้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย” กับนายสามารถ มีคุณ ซึ่งเป็นผู้ต้องขังร่วมห้องกับผู้ตาย
พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ที่ทำงานอย่างเข้มแข็งและรวดเร็ว สามารถหาตัวกระทำผิดและขออนุมัติต่อศาลให้ออกหมายจับมาได้ ถือว่าคดีคลี่คลายไประดับหนึ่ง ต่อไปคงเป็นการสอบสวนและสืบสวนขยายผลว่ามีใครเป็นผู้ร่วมกระทำผิดอีกบ้าง กรมราชทัณฑ์พร้อมจะให้ความร่วมมือทุกประการ ในชั้นนี้ยังไม่พบว่ามีผู้คุมหรือเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ร่วมกระทำความผิด แต่น่าจะมีข้อบกพร่อง หรือประมาทเลินเล่อปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุทำร้ายกันภายในห้องกักขังจนถึงตาย ซึ่งจะรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก ผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานี ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ตนตั้งขึ้นก่อน

นอกจากนี้ พันตำรวจเอก ณรัชต์ฯ ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัด เพื่อให้มารับคำร้องของแม่ผู้ตาย เพื่อขอรับเงินชดเชยเยียวยาตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย พร้อมกล่าวคำขอโทษต่อแม่ผู้ตาย โดยจะกลับไปดูระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางเยียวยาครอบครัวของผู้ตายเพิ่มเติมต่อไป นอกเหนือจากที่ตนได้มอบเงินส่วนตัวให้ไปส่วนหนึ่งแล้ว และกล่าวว่าคดีนี้ได้แสดงให้เห็นจุดยืนและ ความจริงจังของกระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ ที่มุ่มเน้นให้การดูแลแก้ไข และพัฒนาปรับปรุง พฤตินิสัยของผู้ต้องราชทัณฑ์ทุกประเภทให้กลับคืนเป็นคนดีของสังคม โดยไม่มีการใช้มาตรการทารุณโหดร้ายผิดกฎหมาย ส่วนข้อจำกัดในเรื่องคนล้นคุกและความแออัดภายในเรือนจำ ที่มักจะเป็นสาเหตุให้ผู้ต้องขังกระทบกระทั่งกันจนเกิดเหตุอยู่เสมอนั้น คงจะต้องเป็นการหารือกันหลายฝ่ายทั้งในและนอกกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจังต่อไป

Related posts