“กรมคุ้มครองสิทธิฯ ให้ความรู้การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ. ศ. 2562 รุ่นที่ 7-8 มุ่งสร้างความยุติธรรมไปสู่ประชาชน อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีความเสมอภาคทุกชนชั้น!!

วันพุธที่ 15 มกราคม 2563 เวลา 08.30 น. ณ ห้องแมกโนเลีย 2,3 โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ. ศ. 2562 รุ่นที่ 7-8 โดยมี นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมรับการฝึกอบรม และมี นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจาก นายบวรโยธะคง อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด และ นางนงภรณ์ รุ่งเพ็ชรวงศ์ ที่ปรึกษาด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ เข้าร่วม


“พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 บัญญัติคุณสมบัติของบุคคลที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยต้องผ่านการฝึกอบรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามหลักสูตรที่คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติรับรอง กระทรวงยุติธรรมโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ผู้ไกล่เกลี่ยได้มีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกฎหมายเบื้องต้นที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้าจัดทำเนื้อหาหลักสูตรและคู่มือการฝึกอบรมสำหรับฝึกอบรมบุคคลที่จะขึ้นทะเบียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยตามพระราชบัญญัติฯ นี้ขึ้น ซึ่งการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ถือเป็นกระบวนการยุติธรรมมิติใหม่ของประเทศ ที่ให้หน่วยงานของรัฐ พนักงานสอบสวน และศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สามารถยุติหรือระงับข้อพิพาททางแพ่งที่มีทุนทรัพย์ไม่มากนัก และข้อพิพาททางอาญาบางประเภทได้ด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท อันเกิดจากความสมัครใจของคู่กรณี ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างความยุติธรรมลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการให้ความสำคัญในการนำความยุติธรรมไปสู่ประชาชนอย่างสะดวกรวดเร็วและมีความเสมอภาคทุกชนชั้น ดังนั้นพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ. ศ. 2562 จึงถือเป็นกฎหมายที่จะช่วยให้หน่วยงานของรัฐทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคพนักงานสอบสวน ภาคประชาชน สามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร เกิดความเท่าเทียมกัน และเสมอภาคทุกชนชั้น อีกด้วย

นาย สามารถ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจมาอบรม พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 เพราะตั้งใจจะนำความรู้และวัตถุประสงค์กฏหมายฉบับนี้เป็นกฏหมายที่กระทรวงยุติธรรมได้ออกมาเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2562 เป็นกฏหมายที่ไว่ช่วยลดข้อพิพาท ลดคดีขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรม ลดความขัดแย้งในชุมชน โดยรายละเอียดมี 6 หมวด หมวด1 ได้แก่ผู้ไกล่เกลี่ย หมวด2 ได้แก่การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่ง หมวด3 ได้แก่ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญา หมวด4 ได้แก่ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญาในชั้นสอบสวน หมวด5ได้แก่ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน หมวด6ได้แก่ บทกำหนดโทษ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ตามบัญชาของท่านนายกรัฐพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กำชับให้ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยให้ประชาชนให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เน้นให้ชุมชนเข้มแข็ง ดังนั้นประชาชนถ้าได้รับการลดขั้นตอนฟ้องร้องกันก็จะลดความขัดแย้ง ก็จะซึ่งกฏหมายฉบับนี้ได้เขียนไว้แก้ปัญหาได้ และ คิดว่าถ้าในอนาคตคงน่าจะมีการกำหนดฐานการขยายกฏหมายให้อำนาจไกล่เกลี่ยได้มากขึ้น เพื่อลดจำนวนนักโทษผู้ต้องขังล้นเรือนจำได้ ซึ่งเรื่องนี้ตรงตามนโยบายของท่าน สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เน้นให้ทำยุติธรรมเชิงรุก สร้างสุขให้ประชาชน

โดยวันนี้ได้มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรได้มาอบรมด้วย เช่น สส ภูดิท อินสุวรรณ์ สส พยม พรหมเพชร สส สมเกียรติ วอนเพียร สส นที ถิ่นสาคู เป็นต้น ดังนั่นจะเห็นได้ว่ากฏหมายฉบับนี้เป็นที่สนใจและเป็นประโยชน์ให้กับสังคมและช่วยกระบวนการยุติธรรมให้เป็นธรรมแก่ประชาชน

Related posts