ผบ.ตร. ร่วมกับ ตร.นครบาล และ ตร.ทท. ตรวจเยี่ยมกองกำกับการศูนย์รวมข่าว (ศูนย์รับแจ้งเหตุ ๑๙๑) ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (๔ เม.ย. ๖๑) เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจตรีภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม ศูนย์รับแจ้งเหตุ ๑๙๑ หรือกองกำกับการศูนย์รวมข่าว กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการ ตำรวจนครบาล ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น ๓ ของอาคารกองบังคับการตำรวจจราจร ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อได้เดินทางมาถึง และรับฟังบรรยายสรุปสถานภาพกำลังพล ตลอดจนภารกิจต่างๆ ของศูนย์รับแจ้งเหตุ ๑๙๑ แล้วนั้น พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าไปตรวจสอบขั้นตอนการรับแจ้งเหตุ และได้รับโทรศัพท์รับแจ้ง เหตุด้วยตนเองซึ่งทำให้พบว่ามีประชาชนจานวนมากที่โทรเข้ามาเพื่อป่วนหรือก่อกวนทั้งโทรเข้ามาแล้วไม่พูดโทรเข้ามาแล้ววางสาย ปีละกว่า ๑๐๐,๐๐๐ สาย ซึ่งสายป่วนหรือก่อกวนต่างๆ เหล่านั้นล้วนเข้ามาขโมยวินาทีชีวิตของ ประชาชนผู้อื่นทั้งสิ้น และจากการตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พบว่า คู่สายโทรศัพท์ กำลังพลที่ ปฏิบัติหน้าที่ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานรับสายที่ว่าจ้างเอกชนนั้น มีความเพียงพอต่อการให้การบริการประชาชน (๖๐ คู่สาย เจ้าหน้าที่รับสายผลัดละ ๓๐ คน

มีล่ามแปลภาษาและที่ปรึกษากฎหมายบริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง) แต่ด้วย ระบบการรับแจ้งเหตุเดิม ซึ่งคือระบบ C3I นั้น ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๓ เป็นระบบเก่าที่ล้าสมัย ไม่สามารถ ปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาได้อีกแล้ว แผนที่ในระบบไม่เป็นปัจจุบัน ซึ่งขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตรวจสอบขั้นตอน การปฏิบัติอยู่นั้น พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับแจ้งเหตุต้องใช้ความพยายามในการตอบสนองต่อการแจ้งเหตุด่วนของ ประชาชน โดยการนาโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนส่วนตัวขึ้นมาช่วยเจ้าหน้าที่รับสาย หาข้อมูลจุดเกิดเหตุว่าอยู่ ณ จุดใด และเป็นพื้นที่ของสถานีตำรวจนครบาลใด เพื่อที่จักแจ้งพนักงานวิทยุได้ตรงกับพื้นที่รับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งปัญหา Sever ของระบบมีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนาน ทาให้ระบบขาดความเสถียร และขัดข้องบ่อยครั้ง ทำให้พนักงาน รับสายจะต้องทางานซ้ำซ้อน โดยจะต้องเขียนข้อมูลการรับแจ้งเหตุลงในแผ่นกระดาษอีกครั้ง เพื่อนาส่งให้พนักงานวิทยุ ติดต่อสถานีตารวจพื้นที่ต่อไป ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นทาให้ระยะเวลาในการตอบสนองต่อเหตุด่วนนั้น เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสาหรับเหตุด่วน เหตุอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ ทุกๆ วินาที ล้วนมีค่าต่อประชาชนผู้ประสบเหตุเสมอ

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า การเดินทางมาตรวจ เยี่ยมศูนย์รับแจ้งเหตุ ๑๙๑ ในครั้งนี้นั้น สืบเนื่องมาจากรัฐบาลโดย ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้สำนักงานตารวจแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ใช้หมายเลข ๑๙๑ รับแจ้งเหตุ ฉุกเฉิน หมายเลขเดียวทั้งประเทศ แต่ในปัจจุบันยังพบกระแสของประชาชนคลางแคลงต่อการทางานของ ๑๙๑ ว่าโทร ไม่ติด หรือโทรแล้วไม่มีผู้รับสาย โทรแล้วไปถึงที่เกิดเหตุล่าช้า หรือไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่เกิดเหตุ ตนจึงต้องมา

ตรวจสอบให้เห็นกับตาว่ามีปัญหาใดในการปฏิบัติ มีความพร้อมมากน้อยเพียงใดในการให้บริการประชาชน และการก้าว ไปสู่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ซ่ึงจากการตรวจสอบพบดังเหตุปัจจัยที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น เจ้าหน้าที่ของศูนย์ รับแจ้งเหตุได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มกำลังความสามารถในการตอบสนองและให้บริการต่อเหตุฉุกเฉินต่างๆ ของ ประชาชน ทั้งนำเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ แต่ด้วยปัจจัยข้อขัดข้องทางเทคโนโลยี ที่ไม่ เอื้ออานวยต่อการปฏิบัติงาน ทำให้ระยะเวลาในการตอบสนองต่อเหตุเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การปรับปรุงและพัฒนาศูนย์ รับแจ้งเหตุ ๑๙๑

โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นระบบการรับแจ้งเหตุหลายช่องทาง ระบบการ รับแจ้งเหตุโดยผู้แจ้งเหตุเป็นผู้พิการ ระบบระบุพิกัดผู้แจ้งเหตุ ระบบการประชุมสายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ล่าม แปลภาษา ตำรวจท่องเที่ยว หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจผู้เข้าระงับเหตุ ระบบแผนที่และระบบควบคุมสั่งการที่ ทันสมัย หรือแม้กระทั่งการใช้องค์ความรู้ในการรับแจ้งเหตุ นั้น จะช่วยลดระยะเวลาในขั้นตอนการรับแจ้งเหตุและส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่ น้องประชาชน และความมั่นคงของประเทศชาติได้เป็นอย่างดี ซึ่งพวกเราทุกคนต้องตระหนักและให้ความสาคัญต่อทุกๆ วินาที เพราะทุกวินาทีล้วนมีค่าต่อชีวิต !!

“๑๙๑ ปกป้องทุกภัย ใส่ใจทุกชีวิต”

Cr. หมู ห้วยขวาง 7-11 STAR news 1

Related posts