คุมประพฤติ ติวเข้มอาสาสมัครคุมประพฤติ เขตพื้นที่ กทม. สนับสนุนภารกิจงานตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (3 ส.ค.66) ที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครคุมประพฤติเพื่อรองรับการดำเนินงานตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมี คณะผู้บริหารกรมคุมประพฤติ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ ในพื้นที่เข้าร่วมเป็นวิทยากรและเข้าร่วมโครงการ รวมถึงกลุ่มเป้าหมายหลักคืออาสาสมัครคุมประพฤติในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมโครงการ จำนวน 120 ราย ทั้งนี้ เพื่อบูรณาการการทำงานกับอาสาสมัครคุมประพฤติที่ร่วมสนับสนุนดูแล ช่วยเหลือ บำบัดรักษาผู้กระทำผิดที่ส่วนใหญ่เป็นผู้กระทำผิดในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับประมวลกฎหมายยาเสพติด ปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการทำงานทั้งในการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้กระทำผิดที่ติดยาเสพติดในมิติของภารกิจกรมคุมประพฤติและกระบวนการยุติธรรม

 

นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า จากประสบการณ์ศึกษาดูงานที่ผ่านมา งานอาสาสมัครคุมประพฤติ ถือเป็นงานอาสาที่มีชื่อเสียงในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับกรมคุมประพฤติ อาสาสมัครคุมประพฤติ ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญๆ และด้วยในช่วงเปลี่ยนผ่านของกฎหมายโดยเฉพาะประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 รวมถึงกฎหมายต่างๆ ที่กรมคุมประพฤติจะต้องดูแลผู้ติดยาเสพติด ผู้กระทำผิดที่มีลักษณะการกระทำผิดที่รุนแรงอุกฉกรรจ์เพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากอาสาสมัครคุมประพฤติในการช่วยสนับสนุนในการแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริง การติดตาม ควบคุม สอดส่อง และการเฝ้าระวัง ตลอดจนการจัดกิจกรรมในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดเหล่านี้ไม่ให้กระทำผิดซ้ำ เพื่อคืนคนดีสู่สังคมและสร้างความผาสุกให้แก่ประชาชน

ด้าน นางธารินี แสงสว่าง รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้ถ่ายทอดนโยบายของกรมคุมประพฤติ และทิศทางการทำงานในภาพรวมการแก้ไขฟื้นฟูและบำบัดผู้กระทำผิดที่เป็นผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมด้วยพันตำรวจโท มนตรี บุณยโยธิน รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ บรรยายเกี่ยวกับการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวผู้ถูกคุมความประพฤติ Electronic Monitoring (EM) มาใช้กับผู้ถูกคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 และผู้ถูกคุมความประพฤติในฐานความผิดคดียาเสพติดอีกด้วย

สำหรับโครงการฯ ดังกล่าว มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2566 โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติของอาสาสมัครคุมประพฤติในการแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริงผู้กระทำผิดในคดียาเสพติด การสอดส่องและเฝ้าระวังผู้กระทำผิด รวมถึงการร่วมดำเนินกิจกรรมโปรแกรมเพื่อการดูแลแก้ไขผู้กระทำผิดที่อาสาสมัครคุมประพฤติมีบทบาทสำคัญในการร่วมดำเนินการกับพนักงานคุมประพฤติ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้ภายหลังจบโครงการครั้งนี้ พลังของอาสาสมัครคุมประพฤติ จะเป็นพลังสนับสนุนหน่วยงานรัฐเพื่อการแก้ไขบำบัดผู้กระทำผิดโดยเฉพาะคดียาเสพติดให้บรรเทาเบาบางลงได้

Related posts