กรมราชทัณฑ์ จับมือ ธนาคารกรุงไทย รับฝากเงินผู้ต้องขังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

กรมราชทัณฑ์ จับมือ ธนาคารกรุงไทย รับฝากเงินผู้ต้องขังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ นำร่องเรือนจำ 3 แห่ง อำนวยความสะดวกญาติผู้ต้องขัง ลดขั้นตอน และภาระค่าใช้จ่ายทดสอบระบบ 2 เดือน ก่อนขยายไปทั่วประเทศ

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการรับฝากเงินผู้ต้องขังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับธนาคารกรุงไทย เพื่อเพิ่มช่องทางให้ญาติของผู้ต้องขังสามารถทำรายการฝากเงินผ่านสาขาตู้ ATM และ KTB netbank ได้สะดวก โดยมีนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนางธนพร พลับรู้การ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่าย ฝ่ายราชการสัมพันธ์1 ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน ที่กรมราชทัณฑ์ จังหวัดนนทบุรี

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า การปรับปรุงระบบเงินฝากผู้ต้องขังให้มีความเป็นระบบและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนว่า ในระบบเดิมการฝากเงินให้กับผู้ต้องขังไว้สำหรับใช้จ่ายในเรือนจำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการซื้อเครื่องใช้ประจำวันส่วนตัวจำพวกสบู่ ยาสีฟัน ขนม หรือนมกล่อง ญาติจะต้องเดินทางมายังเรือนจำที่ผู้ต้องขังถูกควบคุมตัว เพื่อฝากเงินเข้าบัญชีให้แก่ผู้ต้องขัง โดยเรือนจำอนุญาตให้ฝากเงินได้เดือนละไม่เกิน 9,000 บาท เพื่อให้นักโทษใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 300 บาท ซึ่งระเบียบดังกล่าวเป็นภาระในการเดินทางให้แก่ญาติของผู้ต้องขัง เนื่องจากบางรายมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดภาคเหนือ แต่ผู้ต้องขังกระทำความผิดในกรุงเทพฯหรือจังหวัดภาคใต้ กรมราชทัณฑ์จึงมีโครงการทำความร่วมมือกับธนาคารของรัฐ เพื่อเข้ามาเปิดบัญชีเงินฝากและบัตรกดเงินให้แก่ผู้ต้องขัง เพื่อให้ญาติสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องขังผ่านระบบ e- banking หรือช่องทางต่างๆของทางธนาคาร

ทั้งในการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการดำเนินงานและการบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะงาน ในระบบเงินฝากผู้ต้องขังที่สามารถปรับเปลี่ยนให้มีความสะดวกและคล่องตัวมากยิ่งขึ้นได้ โดยให้ธนาคารพาณิชย์เข้า มามีส่วนร่วมในการดำเนินการพัฒนาระบบเงินฝากผู้ต้องขัง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการทดลองระบบที่เรือนจำทัณฑสถานนำร่อง จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางเพชรบุรี และทัณฑสถานหญิงธนบุรี ซึ่งเมื่อทดลองระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะนำไปขยายการให้บริการเงินฝากผ่านทางธนาคารกับเรือนจำทัณฑสถานทั่วประเทศต่อไป

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า กรมราชทัณฑ์ขอขอบคุณธนาคารกรุงไทยที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนให้การดำเนินการปรับปรุงระบบเงินฝากผู้ต้องขังให้มีความเป็นระบบในอนาคตอันใกล้นี้ ญาติผู้ต้องขังไม่จำเป็นต้องนำเงินมาฝากให้ผู้ต้องขังที่เรือนจำแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำฝากผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคารได้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ลดขั้นตอน ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝากเงินที่เรือนจำ ยังเป็นการลดภาระของเรือนจำในเรื่องการเก็บรักษาและดูแลเงินฝากของผู้ต้องขังอีกด้วย มุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ กล่าวต่ออีกว่า ระบบเงินฝากรูปแบบใหม่นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับญาติของผู้ต้องขังแล้ว ยังช่วยลดภาระหน้าที่ของเรือนจำที่ต้องเกลี่ยอัตราผู้คุมมาทำหน้าที่รับฝากเงินให้กับผู้ต้องขัง และเก็บรักษาเงินฝากของผู้ต้องขัง นอกจากนี้ยังเป็นการปิดช่องว่างไม่ให้เกิดข้อครหาว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำหักหัวคิวหรือค่าดำเนินการฝากเงินให้กับนักโทษ โดยกรมราชทัณฑ์พร้อมที่จะดำเนินการให้สถาบันการเงินเข้ามาออกเลขบัญชีให้กับผู้ต้องขังทั่วประเทศกว่า 367,000 คน และจัดทำระบบหรือออกบัตรเพื่อใช้ตัดลดวงเงินฝากจากยอดการใช้จ่ายประจำวันของนักโทษ ซึ่งกำหนดเพดานไว้ที่ 300 บาทต่อวัน ที่สำคัญเงินฝากในบัญชีธนาคารของนักโทษยังจะได้รับการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราที่สถาบันการเงินกำหนดอีกด้วย

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี กรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและเล็งเห็นความสำคัญของการก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด จึงริเริ่มโครงการที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ตลอดจนพัฒนากระบวนการทำงานให้กับเรือนจำ ทัณฑสถาน และสถานกักขังในสังกัดทั่วประเทศ โดยได้มอบความไว้วางใจให้ธนาคารร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำคัญ และธนาคารยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองทุกย่างก้าวแห่งการเติบโตของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งสนองยุทธศาสตร์ด้าน National e-Payment ของประเทศ

“สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ กรมราชทัณฑ์และธนาคารกรุงไทย เล็งเห็นความสำคัญของการปรับปรุงกระบวนการรับเงินและจ่ายเงินของเรือนจำ ทัณฑสถาน ตลอดจนสถานกักขังทั่วประเทศ ผ่าน “โครงการความร่วมมือการดำเนินการด้านการรับฝากเงินผู้ต้องขังผ่านธนาคาร” โดยเพิ่มช่องทางให้ญาติของผู้ต้องขังสามารถทำรายการฝากเงินผ่านสาขาของธนาคาร ตู้ ATM และ KTB netbank จากเดิมที่เป็นเพียงธนาณัติหรือเงินสด ซึ่งญาติผู้ต้องขังต้องเดินทางมานำฝากที่เรือนจำด้วยตนเองเท่านั้น นอกจากนี้ ยังให้บริการโอนเงินระหว่างหน่วยงานในสังกัดกรมราชทัณฑ์ผ่านระบบ Krungthai Corporate Online ได้แก่ เงินฝากผู้ต้องขังที่ย้ายเรือนจำ เงินค่าขายสินค้าของร้านค้าสวัสดิการ รวมถึงการโอนเงินค่าสินค้าให้กับคู่ค้า โดยสามารถตรวจสอบการทำรายการและรับรายงานผ่านระบบ Krungthai Corporate Online ได้แบบ Real Time อีกด้วย” นายผยง กล่าว

Cr. อ้วนราบ11  7-11STAR news1

 

Related posts