
ตม.อุบลราชธานี โชว์ผลงาน จับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวลาวเข้าประเทศ 14 คน พร้อมคนไทย 3 คน พร้อมของกลางรถตู้ 3 คัน

วันนี้ (11 ธ.ค.65) เวลา 05.50 น. ตม.จว.อุบลราชธานี ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนาถ รอง.ผบช.สตม., พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.จว.อุบลราชธานี, พ.ต.ท.สมพัฒน์ อุ่นคำ รอง ผกก.ตม.จว.อุบลราชธานี, พ.ต.ท.หญิง ไพลิน อยู่ยิ่ง สว.ตม.จว.อุบลราชธานี และ พ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ สว.ตม.จว.อุบลราชธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม และเจ้าหน้าที่งานตรวจบุคคลและยานพาหนะฯ ร่วมจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว 14 คน และคนไทย 3 คน คือนายสุชิน แสนชา อายุ 34 ปี, นายณัฐิวุฒิ กงแก้ว อายุ 44 ปี และนายรังสรรค์ เชื้อนุ่น อายุ 49 ปี พร้อมของกลางรถตู้ที่ใช้ในการลักลอบเข้าเมือง 3 คัน แบ่งเป็น รถตู้ป้ายเหลือง ทะเบียน 32-6320 กทม., รถตู้ป้ายเหลือง ทะเบียน 34-3623 กทม. และรถตู้ป้ายขาวฟ้า ทะเบียน นข 6733 สุพรรณบุรี จับกุมได้บริเวณ หน้าจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี

จากการข่าวทราบว่าจะมีการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองช่วงวันหยุดยาว โดยสารรถตู้มายังบริเวณตลาดชายแดนหน้าด่านช่องเม็ก จนท.ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังเฝ้าจุด และออกตรวจสอบโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ เมื่อถึงเวลาเกิดเหตุพบผู้ต้องสงสัยกำลังลงจากรถตู้โดยสารที่จอดอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ จนท.ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง และแสดงบัตรประจำตัว เพื่อขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานบัตรประจำตัว หรือหนังสือเดินทาง

จากการตรวจสอบพบว่าผู้โดยสารทั้งหมดเป็นคนต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 14 คน มีหนังสือเดินทางและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) จำนวน 6 คน และไม่มีหนังสือเดินทางจำนวน 8 คน (รวมเด็ก 2 คน) โดยกล่าวหาว่า “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)” จำนวน 6 คน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต (หลบหนีเข้าเมือง)” จำนวน 8 คน (รวมเด็ก 2 คน) และได้จับกุมคนขับรถตู้สัญชาติไทย จำนวน 3 คน โดยกล่าวหาว่า “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
ทั้งนี้ชุดสืบสวนจะได้ทำการซักถาม/จัดทำประวัติ เพื่อสืบสวนขยายผลถึงขบวนการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป