เมื่อวันที่ 31 มี.ค.66 ณ อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ตำบลบางศรีเมือง นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยามหาเจษฎาบดินทร์ ประจำปี 2566 โดยมี นายวินัย วรวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี กล่าวรายงาน หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมเปิดงาน

จังหวัดนนทบุรี หรือเป็นจังหวัดที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้รับการพัฒนาและเจริญเติบโตเป็นหัวเมืองสำคัญ โดยเฉพาะรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยเป็นนิวาสสถานเดิมของสมเด็จพระศรีสุลาลัย พระราชชนนี ในรัชกาลที่ 3 นอกจากนี้ยังเป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตติดกับกรุงเทพมหานคร มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านทำให้มีการคมนาคมที่สะดวก รวดเร็ว ทั้งทางบก และทางบก มีความโดดเด่นของบ้านเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ มีความหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ที่รวบรวมเชื้อชาติและวัฒนธรรม ประกอบด้วย คนไทยพื้นถิ่น คนไทยเชื้อสายจีน และคนไทยเชื้อสายรามัญ และคนไทยเชื้อสายมุสลิม ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจังหวัดนนทบุรี ได้กำหนดแผนพัฒนาจังหวัดสู่การเป็น “เมืองน่าอยู่” (LiYable City) คือการเป็น “เมืองสังคมน่าอยู่ เมืองเศรษฐกิจก้าวหน้า และเมืองการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยมีนโยบายในการพัฒนาและการจัดการจังหวัดให้เป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มีการเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และท้องถิ่น ไปสู่การท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีแผนการดำเนินงานในการฟื้นคืนเศรษฐกิจของจังหวัด ภายหลังจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จังหวัดนนทบุรี ได้บูรณาการ ร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดนนทบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายภาคเอกชน และภาคประชาชนในจังหวัดนนทบุรี จัดงานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยามหาเจษฎาบดินทร์ ประจำปีพุทธศักราช 2566 ขึ้นระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน 2566 ณ อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ตำบลบางศรีเมือง และบริเวณท่าน้ำเมืองนนท์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

ภายใต้แนวคิด “วิถีน้ำ วิถีนนท์ ยลสายชล สองฝั่งเจ้าพระยา สักการะมหาเจษฎาบดินทร์” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระนั่งเก้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวจังหวัดนนทบุรีและชาวไทย และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด โดยการนำทุนทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นมาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่จังหวัดและประเทศ โดยกิจกรรมในงานนี้ ประกอบด้วย การออกร้าน และการจัดแสดงวิถีชีวิตของคนหลากหลายเชื้อชาติ และวัฒนธรรมในจังหวัดนนทบุรี แบ่งออกเป็นสถานที่ต่างๆ จำนวน 12 สถานที่ ได้แก่ สถานีลานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยา โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี และสภาวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี, สถานีกาชาดและชมรมแม่บ้านมหาดไทย โดยกาชาดจังหวัดนนทบุรี, สถานีเมืองจำลองท้องถิ่นนนทบุรี โดยเทศบาลเมืองบางศรีเมือง, สถานีตลาดย้อนยุค โดยเทศบาลนครปากเกร็ด, สถานีท้องถิ่นนนทบุรี โดยเทศบาลเมืองบางกรวย, สถานีธนาคารชุมชน โดยคลังจังหวัดนนทบุรี, สถานี OTOP ของดีเมืองนนทบุรี โดยพัฒนาการจังหวัดนนทบุรี, สถานีลานเกษตร โดยเกษตรจังหวัดนนทบุรี, สถานี Street Art โดยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี, สถานีเรือนนนท์ โดยเรือนจำจังหวัดนนทบุรี, สถานีพลังงาน โดยพลังงานจังหวัดนนทบุรี โรงไฟฟ้า พระนครเหนือ บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) และ สถานีท่าน้ำเมืองนนท์ โดยเทศบาลนนทบุรี

นอกจากนี้ ยังมีการตกแต่งประดับประดาอุโมงค์ไฟ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ การแสดงแสง สี เสียง เทิดพระเกียรติ การแสดงดนตรี โดยศิลปินแห่งชาติ และนักเรียนจากสถานศึกษาในจังหวัดนนทบุรี การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม อาทิ โขน หุ่นละครเล็ก การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และของดีของเด่นจังหวัดนนทบุรี







สมศักดิ์ หิรัญรุ่ง ผู้สื่อข่าว 7-11 สตาร์นิวส์วัน รายงาน