SCGD เปิดแผนธุรกิจปี’69 รุกเร่งขยายเวียดนาม-อาเซียน สู่การเป็นผู้เล่นวัสดุตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ระดับภูมิภาคครบวงจร

บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เผยจากการประเมินแนวโน้มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียนที่ยังมีศักยภาพเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความสามารถในการบริหารต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน จึงประกาศเปิดแผนธุรกิจประจำปี 2569 เดินหน้าสู่การเป็น Integrated ASEAN Player อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยจุดแข็งด้านความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง (Deep Customer Insight) ควบคู่กับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ (Production Intelligence) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และคงความเป็นผู้นำในตลาดอาเซียนในระยะยาว

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD) เปิดเผยว่า “SCGD มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตในอาเซียนควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย โดยตั้งเป้าหมายสู่การเป็น Integrated ASEAN Player ผ่านการเชื่อมโยงฐานการผลิต การบริหารซัพพลายเชน และเครือข่ายการจัดจำหน่ายในภูมิภาคให้ทำงานสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลการดำเนินงานที่ยั่งยืน ทั้งนี้ เวียดนามถือเป็นฐานกลยุทธ์สำคัญของภูมิภาค ทั้งด้านการผลิตและการส่งออก จากการเติบโตของ GDP ที่อยู่ในระดับสูง ต้นทุนการผลิตที่สามารถแข่งขันได้ และโอกาสในการขยายสู่ตลาดอาเซียนที่ยังมีศักยภาพสูง ขณะเดียวกัน จากแนวโน้มราคาน้ำมันและพลังงานที่อาจเผชิญความผันผวน SCGD ได้วางรากฐานการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและลดความเสี่ยงด้านราคาพลังงาน มาตั้งแต่ปี 2566 ผ่านการเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ยังคงเดินหน้าต่อยอดเป้าหมายดังกล่าว เพื่อเสริมความสามารถในการบริหารต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ โดยในปี 2568 สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินได้มากกว่า 23.5% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 34.5% ในปี 2569 ขณะเดียวกัน การใช้พลังงานแสงอาทิตย์คิดเป็น 13.6% ของการใช้ไฟฟ้ารวม และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 14% ซึ่งสะท้อนแนวทางการบริหารต้นทุนควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าลดต้นทุนเพิ่มอีกปีละ 80 ล้านบาท

สำหรับปี 2569 SCGD กำหนดงบลงทุน (Capex) กว่า 2,500 ล้านบาท โดยเน้นการลงทุนในเวียดนามเป็นหลัก เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (Glazed Porcelain) อีก 6.6 ล้านตารางเมตร รองรับความต้องการของตลาดที่มีความต้องการจากกระเบื้องเซรามิกทั่วไป สู่สินค้าที่มีคุณภาพและดีไซน์ทันสมัยมากขึ้น พร้อมขยายตลาดส่งออกในภูมิภาค ภายใต้แนวทางพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ (Production Intelligence) ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยระบบอัตโนมัติ ลดต้นทุน ควบคุมคุณภาพอย่างแม่นยำ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าบริหารฐานผลิตร่วมในระดับภูมิภาค (Regional Optimization) เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานการผลิตใดฐานหนึ่ง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรในภาพรวม อีกทั้งยังยกระดับความสามารถแข่งขันในระยะยาวผ่านการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนถ่านหิน และการดำเนินโครงการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจสุขภัณฑ์ SCGD เดินหน้าขยายส่วนแบ่งตลาดในไทย ผ่านการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยต่อยอดจากความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ทั้งกลุ่มที่มองหานวัตกรรมและความสะดวกสบายผ่านสุขภัณฑ์ Smart ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานในราคาที่เข้าถึงได้ (Smart Value Products: SVP) อาทิ สุขภัณฑ์แบรนด์ sosuco ก๊อกน้ำแบรนด์ Prema เพื่อรองรับกำลังซื้อที่หลากหลายในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะเดียวกัน มีแผนการเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานผลิตสุขภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับโลก และเพิ่มยอดขายในตลาดต่างประเทศในระยะยาว อย่างไรก็ตาม SCGD มีแผนขยายกลุ่มสินค้าใหม่และสินค้าเกี่ยวเนื่องในตลาดวัสดุตกแต่งพื้นผิว เช่น SPC กาวซีเมนต์และยาแนว ท็อปเคาน์เตอร์ครัว ประตู-หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ โดยตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายกว่า 40% ในปีนี้

ณ สิ้นปี 2568 SCGD มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินสดกว่า 9,000 ล้านบาท ประกอบกับโครงการควบรวมกิจการ(Merger & Partnership) ที่อยู่ระหว่างดำเนินการหลายโครงการ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น

“SCGD ยังคงมุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย โดยเดินหน้าขยายธุรกิจ สอดคล้องกับการขยายตัวของอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม พร้อมยกระดับความสามารถแข่งขันผ่านการพัฒนานวัตกรรมสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพสูง เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ครองใจผู้บริโภคในทุกประเทศที่เราดำเนินธุรกิจ และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น” นายนำพล กล่าวปิดท้าย

ทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม กลิ่นทะลุ เนื้อทะลัก ให้มากกว่าความอร่อยคือคุณภาพที่พร้อมเสิร์ฟถึงมือคุณ ┏━━━━━━━━━━━━━━┓ 📭ส่งถึงหน้าบ้านทุกออเดอร์ "มีหน้าร้าน" ┗━━━━━━━━━━━━━━┛ 🍛━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━🍛 🎁#โปรพิเศษ "สั่งผ่านไรเดอร์ Grap Lineman"🔥» ✅500 กรัม. 【ราคา 649.-】 ✅1 กิโลกรัม.【ราคา 1,199.-】ปกติ 1̷,5̷0̷0̷.- ต่อ กก. 🍛━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━🍛 อยากได้เนื้อแบบไหน "#หมูทองจัดให้" ฟินจนต้องสั่งเพิ่ม ➤เนื้อเหลือง ➤แน่น ➤ฟู ➤หอม ➤หวาน ➤กรอบ 🔝ละลายในปาก ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ เดลิเวอรี Grab LINE MAN Wongnai เขต กทม. 1 ชม./วันเดียวถึง 🛵Grab : https://r.grab.com/g/0-8678eeff659d4cad9a1647b1d5c15008 🛵สั่งเลย 👉🏻 https://wongn.ai/21PuMM 🚛ตจว.1-2 วัน #มีบริการรถเย็นส่งทั่วไทย “ฟรี” ┏━━━━━━━━━━━━━━┓ 📦สั่งซื้อ / สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม📦 ☎️Tel : 081-755-3332 🆔ลิ้งค์ไลน์ https://line.me/ti/p/Vs22pbpiT- 🌎เว็บไซต์ https://www.7-11starnews1.com/43356 ┗━━━━━━━━━━━━━━┛ #ทุเรียนหมูทองของฝากมงคล#ทุเรียนกรอบนอกนุ่มในไก่ฉีก#ทุเรียนเห็นแล้วหิว#ทุเรียนเลี้ยงคน #ทุเรียนซิ่งเฮียหมูห้วยขวางคุณภาพ #รับประกันความอร่อยระดับมืออาชีพเกินกว่า 10 ปี

Related posts