รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สนธิกำลังร่วมปกครอง-ตำรวจ-ศูนย์ฝึกฯ-พินิจ จู่โจมตรวจค้นเรือนจำกลางชลบุรี หาสิ่งผิดกฎหมาย และสิ่งของต้องห้าม พร้อมสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องขัง เพื่อหาสารเสพติด เบื้องต้นไม่พบสารเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 05.30 น. วันนี้ (9 เม.ย.69) นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดปฎิบัติการจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษ ณ เรือนจำกลางชลบุรี ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางชลบุรี เจ้าหน้าที่อำเภอบ้านบึง สถานีตำรวจภูธรคลองกิ่ว ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านบึง และ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชลบุรี จำนวน 140 คน เข้าทำการจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษภายในเรือนจำกลางชลบุรี เพื่อตรวจหาสิ่งของต้องห้าม สิ่งเทียมอาวุธ อาวุธ และ ยาเสพติด ตามมาตรการการป้องกันดูแลความสงบเรียบร้อย โดยมี นายสมรัตน์ เข็มศิริ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางชลบุรี พร้อมด้วยผู้บริหารเรือนจำฯ และเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย
โดย นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ตามที่กรมราชทัณฑ์ มีนโยบายในด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สิ่งของต้องห้ามและสิ่งของไม่อนุญาตให้มีไว้ในเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ สอดคล้องกับจังหวัดชลบุรีที่มีนโยบายด้านการปราบปราม ในกรณีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมายต่าง ๆ ทั้งนี้เรือนจำกลางชลบุรี เป็นเรือนจำขนาดใหญ่ มีผู้ต้องขังจำนวนมาก เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย จึงได้จัดให้มีการสนธิกำลังจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษขึ้น รวมทั้งการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะผู้ต้องขัง เพื่อขจัดปัญหายาเสพติด เครื่องมือสื่อสาร และสิ่งของต้องห้ามภายในเรือนจำให้หมดไป การจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษในครั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่เน้นการตรวจหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุแหกหัก หลบหนี ยาเมา ยาเสพติด อุปกรณ์สื่อสาร เหล็กแหลม และอุปกรณ์อื่นที่สามารถใช้เป็นอาวุธทำร้ายร่างกายได้

ด้าน นายสมรัตน์ เข็มศิริ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางชลบุรี เปิดเผยว่า ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ ที่สั่งการให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสิ่งของต้องห้ามเข้ามาภายในเรือนจำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อีกทั้งตรวจหาอปกรณ์ สิ่งของที่อาจใช้ในการกระทำผิดวินัย ก่อเหตุแหกหักหลบหนี หรือก่อเหตุร้าย และตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะผู้ต้องขัง

สำหรับการจู่โจมตรวจค้นในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจหาอุปกรณ์สิ่งของที่อาจใช้ในการกระทำผิดวินัย ก่อเหตุแหกหักหลบหนี หรือก่อเหตุร้าย รวมทั้งตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นนโยบายในด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสิ่งของต้องห้ามของกรมราชทัณฑ์ มุ่งสร้างความปลอดภัยแก่สังคม

โดยผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้แยกย้ายเข้าค้นเรือนนอน ตู้ล็อคเกอร์ ภายในเรือนจำอย่างละเอียด ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของต้องห้ามแต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องขัง จำนวน 500 คน เพื่อหาสารเสพติด เบื้องต้นไม่พบสารเสพติดเช่นกัน ปัจจุบันเรือนจำกลางชลบุรี มีผู้ต้องขังทั้งหมด 5,401 คน ณ วันที่ 9 เม.ย.69



