อีสท์ วอเตอร์ ชูจุดแข็ง Water Grid พร้อมเดินหน้าบริการน้ำครบวงจรสนับสนุนเมืองการบินอู่ตะเภา

จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้พิจารณาออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to proceed) ให้กับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) โดยมีกำหนดเริ่มพัฒนาโครงการเมืองการบินอู่ตะเภาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 นั้น

บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ในฐานะผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำ และเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับสัมปทานในการพัฒนาระบบผลิตและส่งจ่ายน้ำประปาในโครงการเมืองการบินอู่ตะเภา แสดงความพร้อมสนับสนุนการให้บริการระบบสาธารณูปโภคด้านน้ำแบบครบวงจร เมื่อบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เริ่มดำเนินโครงการก่อสร้าง

นายจุมพล จันทร์คำ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ อีสท์ วอเตอร์ เปิดเผยว่า “โครงการเมืองการบินอู่ตะเภา เชื่อมต่อกับโครงข่ายสาธารณูปโภคด้านน้ำ หรือ Water Grid ของอีสท์ วอเตอร์ ซึ่งเชื่อมโยงแหล่งน้ำสำคัญ ๆ ทุกแห่งในภาคตะวันออก และยังมีสระเก็บน้ำดิบความจุ 12 ล้าน ลูกบาศก์เมตร อยู่ที่ ต.ทับมา จ.ระยอง ทำให้มั่นใจได้ว่า บริษัทจะสามารถส่งจ่ายน้ำให้เมืองการบินได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทยังได้พัฒนาระบบผลิตน้ำประปาที่พร้อมให้บริการทั้งในช่วงเริ่มต้นโครงการ และมีความสามารถที่จะขยายระบบเพื่อรองรอบการเติบโตที่เกิดขึ้นในอนาคต”

นอกจากการผลิตน้ำประปาแล้ว อีสท์ วอเตอร์ ยังมีความพร้อมที่จะพัฒนาและบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจรบนพื้นที่ 6,500 ไร่ของเมืองการบินอู่ตะเภา ประกอบด้วยระบบน้ำประปา การบำบัดน้ำเสีย และอาจรวมถึงการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ ครอบคลุมถึงพื้นที่พัฒนาเมือง อาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย โรงแรม และศูนย์ประชุม ตอบโจทย์การเติบโตทางเศรษฐกิจระดับประเทศ ภายใต้มาตรฐานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง

อีสท์ วอเตอร์ เชื่อมั่นว่า ความมั่นคงด้านน้ำ (Water security) จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับเมืองการบินอู่ตะเภาให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนให้โครงการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินและโลจิสติกส์ที่ทันสมัยของภูมิภาค

Related posts