ประธานศาลฎีกา เปิด “ค่ายต้นกล้าตุลาการ รุ่น 14” ปั้นเยาวชนเรียนรู้กฎหมาย ปลื้มโครงการเห็นผลจริง ผลิตบุคลากรคุณภาพสู่เส้นทางสายยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (25 เม.ย.69) ที่ศาลฎีกา นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ รุ่นที่ 14 พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่คณะเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 150 คน จากทั่วประเทศ ซึ่งในพิธีเปิดมี นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา ประธานคณะทำงานดำเนินการจัดโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ พร้อมคณะให้การต้อนรับ

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการรุ่นที่ 14 ในวันนี้การที่สำนักงานศาลยุติธรรมจัดโครงการ “ค่ายต้นกล้าตุลาการ” รุ่นที่ 14 ขึ้น นับเป็นสิ่งที่สอดคล้องต่อนโยบายประธานศาลฎีกาด้านคุณธรรมนำทาง ข้อ 4 เสริมสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชน โดยประชาสัมพันธ์และดำเนินกิจกรรมสาธารณะทั้งในระดับเด็กและเยาวชนและทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านกฎหมายกระบวนการทางศาลยุติธรรมตามหลักนิติธรรม ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อลดข้อพิพาทในสังคม เนื่องจากเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการทุกคนต้องเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ ให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ การที่เยาวชนให้ความสนใจระบบงานภายในศาลและหลักกฎหมายเบื้องต้นตั้งแต่เยาว์วัยนั้นเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งทั้งเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับเยาวชนที่มีความมุ่งมั่นที่จะประกอบวิชาชีพด้านกฎหมายรวมทั้งเยาวชนที่อาจกำลังค้นหาแนวทางของตนเองอยู่ยิ่งไปกว่านั้นโครงการนี้ยังปลูกฝังเรื่องจิตสำนึกที่ดีให้แก่เยาวชน ด้วยการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างสันติสุขอีกด้วย

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตลอดระยะเวลาที่เยาวชนเข้าร่วมโครงการนี้ทุกคนจะได้รับความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายการบังคับใช้กฎหมาย และกระบวนการพิจารณาคดีของศาลตลอดจนได้รับประสบการณ์ทางด้านกฎหมายจากบุคลากรที่ทางสำนักงานศาลยุติธรรมคัดสรรมาเป็นอย่างดีและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเพิ่มพูนทักษะและมีจิตสำนึกที่ดีทั้งต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติอันนำมาซึ่งความสงบสุข และสันติภาพอย่างยั่งยืนสืบไป

นายธีรทัย กล่าวว่า สำนักงานศาลยุติธรรม โดย กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ ได้ดำเนินการจัดโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ซึ่งใน ปีนี้เป็นรุ่นที่ 14 มีเยาวชนที่ผ่านโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการนับตั้งแต่รุ่นที่ 1 จนถึงรุ่นที่ 13 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,657 คน บางส่วนยังอยู่ระหว่างการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาหรือมหาวิทยาลัย แต่ส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาและประกอบอาชีพแล้ว โดยมีผู้ผ่านการสอบ และได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา และผู้พิพากษาแล้วจำนวน 12 คน และเยาวชนทุกคนต่างมีทิศทางในการดำเนินชีวิตที่ดี เป็นต้นกล้าตุลาการ ที่สามารถเข้าใจในการดำเนินงานของศาลยุติธรรม นำหลักการสำคัญของกฎหมาย และแนวทางแห่งตุลาการที่ดีไปใช้เป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิต แม้บางคนจะไม่ได้ศึกษาต่อในสาขาวิชากฎหมายก็ตาม

สำหรับโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ รุ่นที่ 14 มีเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 150 คน จากผู้สมัครทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 956 คน โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมทวาราวดี รีสอร์ท จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากคณะทำงานดำเนินการจัดโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ ศาลฎีกา ศาลจังหวัดนครนายก วิทยากรทั้งภายในและภายนอกศาลยุติธรรม สำหรับการจัดกิจกรรมยังคงแนวทางในการให้ความรู้ เสริมสร้างประสบการณ์ และปลูกฝังสิ่งดีงามผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย

นายสุริยัณห์ กล่าวว่า โครงการค่ายต้นกล้าตุลาการรุ่นที่ 14 ประจำปีนี้ ในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการจัดโครงการ ฯ มีความตั้งใจที่จะยกระดับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความเข้มข้นและครบวงจรมากกว่าที่เคยเป็นมา โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจผ่านประสบการณ์ตรง สามารถมองเห็นภาพรวมของเส้นทางวิชาชีพในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่โครงการ คือการพาน้อง ๆ เยาวชนย้อนรอยประวัติศาสตร์ผ่านการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศาลไทยและหอจดหมายเหตุของศาลยุติธรรม ซึ่งถือเป็นแหล่งรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการของกฎหมายไทย การเข้าชมในส่วนนี้จะช่วยให้เยาวชนเข้าใจถึงรากฐานและอุดมการณ์ของตุลาการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมของประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากความรู้ในเชิงประวัติศาสตร์แล้ว โครงการในปีนี้ยังได้ขยายขอบเขตการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ โดยการนำคณะเยาวชนเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ศาลจังหวัดนครนายก ซึ่งถือเป็นอีกจุดสำคัญที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสกับบรรยากาศการทำงานจริงในทุกมิติแบบเจาะลึก

นอกจากนี้ นายสุริยัณห์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ค่ายต้นกล้าตุลาการตลอดระยะเวลา 13 รุ่นที่ผ่านมา สิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของโครงการได้ดีที่สุด คือการได้เห็นเมล็ดพันธุ์ที่เราบ่มเพาะเติบโตอย่างสง่างามในเส้นทางวิชาชีพกฎหมาย โดยปัจจุบันมีอดีตเยาวชนต้นกล้าตุลาการที่สามารถก้าวไปถึงจุดหมายในการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาและผู้ช่วยผู้พิพากษาได้แล้วถึง 12 คน และยังทำงานในสายวิชาชีพกฎหมาย อัยการ ทนายความ อาจารย์มหาวิทยาลัย รวมถึงสาขาวิชาชีพอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นตัวเลขเชิงประจักษ์ที่สะท้อนว่าโครงการนี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจและปูรากฐานทางกฎหมายให้แก่เยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของค่ายต้นกล้าตุลาการไม่ได้วัดเพียงแค่จำนวนผู้พิพากษาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการส่งต่อเยาวชนออกไปสู่สังคมในหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการขับเคลื่อนและนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า
ทั้งนี้คณะทำงานจึงมุ่งหวังว่าตลอดระยะเวลา 7 วันจากนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญให้เยาวชนทุกคนได้ค้นพบตัวตนพร้อมนำประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้เกิดความสงบสุขและเป็นธรรมสืบไป ไม่ว่าจะเติบโตไปอยู่ในบทบาทใดก็ตาม
