กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ยึดหลักเสมอภาค เป็นไปตามหลักเกณฑ์พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ 2569 ตามกฎหมายทุกประการ
กรมราชทัณฑ์ ออกเอกสารชี้แจง ตามที่กรมราชทัณฑ์ ได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ให้พักการลงโทษกรณีปกติ แก่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ปล่อยตัวคุมประพฤติพร้อมติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จากเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยมีกำหนดระยะเวลาคุมประพฤติรวม 4 เดือน 1 วัน และที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติอย่างถูกต้องมาโดยตลอด นั้น
กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายทักษิณฯ ซึ่งมีสถานะเป็น “ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ” ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งการพักการลงโทษแต่ประการใด จึงเป็นผู้อยู่ในข่ายให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปตามมาตรา 7 โดยมีลักษณะตามมาตรา 8 (2) (ฉ) คือ เป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับฯ ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปด้วยความถูกต้อง เรียบร้อย และโปร่งใสตามขั้นตอนทางกฎหมาย อาศัยอำนาจตามมาตรา 21 แห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 คำสั่งกระทรวงยุติธรรม เรื่อง แต่งตั้งกรรมการทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ จึงมีมติให้นายทักษิณฯ ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามกฎหมาย และกรมคุมประพฤติได้ดำเนินการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยเรือนจำได้ดำเนินการออกหนังสือสำคัญการปล่อยตัว (รท.25) หรือใบบริสุทธิ์ให้แก่ นายทักษิณฯ เป็นที่เรียบร้อย
ดังนั้น นายทักษิณ ชินวัตร จึงมีสถานะเป็นบุคคลพ้นโทษโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และสิ้นสุดการอยู่ภายใต้การควบคุมตามโทษทางอาญาและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เฉกเช่นเดียวกับผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติรายอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติเข้าตามเกณฑ์ของพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวทุกประการ