“พิชัย จิราธิวัฒน์” พลิกโฉม Melody of Life สู่ต้นแบบงานดนตรีคาร์บอนต่ำ

“พิชัย จิราธิวัฒน์” พลิกโฉมเทศกาลดนตรี Melody of Life สู่ต้นแบบงานดนตรีคาร์บอนต่ำระดับประเทศ ชูแนวคิด “ขยะคือเงิน” สร้างพลังคนรุ่นใหม่ร่วมรักษ์โลกอย่างยั่งยืน

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล ผู้ก่อตั้งค่ายเพลง SPICYDISC เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการดนตรีไทย ยกระดับเทศกาลดนตรี Melody of Life ครั้งที่ 17 สู่แนวทาง Carbon Neutral Event มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนและศิลปินรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “ขยะคือเงิน” และ “ทำด้วยกัน” เพื่อสร้างความสุขควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

เทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ใจกลางเมืองมักเป็นภาพของผู้เข้าร่วมงานจำนวนมหาศาลที่มารวมตัวกันเพื่อสัมผัสความสนุกสนานจากศิลปินที่ชื่นชอบ แต่สิ่งที่ตามมาภายหลังการจัดงานคือปริมาณขยะและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นปัจจัยหนึ่งที่ซ้ำเติมปัญหาภาวะโลกร้อน

ด้วยความตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว นายพิชัย จิราธิวัฒน์ หรือ “คุณเต้ง” กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล และผู้ก่อตั้งค่ายเพลง SPICYDISC จึงมุ่งมั่นพัฒนาเทศกาลดนตรี Melody of Life ซึ่งจัดต่อเนื่องมายาวนานกว่า 20 ปี ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี ให้ก้าวสู่การเป็นเทศกาลดนตรีคาร์บอนต่ำ ภายใต้แนวทาง Carbon Neutral Event หรือการจัดงานที่มุ่งลดและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้ความสนุกจากเสียงดนตรีสามารถดำเนินไปควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

สำหรับเทศกาลดนตรี Melody of Life ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนารูปแบบการจัดงานดนตรีที่ให้ความสำคัญทั้งด้านศิลปะ สังคม เยาวชน และสิ่งแวดล้อม

จากความรักในเสียงดนตรี สู่การก่อตั้งค่าย SPICYDISC

นายพิชัย เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานในวงการดนตรีว่า เกิดจากความรักและความสนใจในเสียงเพลง โดยในอดีตวงการเพลงไทยมีค่ายเพลงขนาดใหญ่เป็นผู้กำหนดทิศทางของตลาด เมื่อค่ายเพลงอิสระอย่าง Bakery Music ปิดตัวลง ทำให้ศิลปินที่มีความสามารถจำนวนหนึ่งขาดพื้นที่ในการสร้างสรรค์ผลงาน จึงเกิดแนวคิดก่อตั้งค่ายเพลง SPICYDISC ในรูปแบบที่เปรียบเสมือน “สหกรณ์นักดนตรี” เปิดโอกาสให้ศิลปินมีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานและแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน

แม้ช่วงเริ่มต้นจะไม่มีสื่อขนาดใหญ่เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ แต่ด้วยคุณภาพของผลงานเพลงจากศิลปิน อาทิ วงละอองฟอง Sqweez Animal และ Save Da Last Piece รวมถึงการสนับสนุนจากสื่อเพลงทางเลือก ทำให้ค่ายเพลงได้รับการยอมรับและเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายพิชัย กล่าวว่า เมื่ออุตสาหกรรมดนตรีเข้าสู่ยุคดิจิทัลสตรีมมิง รูปแบบธุรกิจได้เปลี่ยนจากการจำหน่ายเทปและซีดีไปสู่การสร้างรายได้จากการแสดงสดมากขึ้น ขณะที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ โดยผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัว ทดลองสิ่งใหม่ และเปิดโอกาสให้ตลาดเป็นผู้ตัดสิน

เปิดเวที Melody of Life สร้างโอกาสและอนาคตให้เยาวชน

นอกจากการดำเนินธุรกิจค่ายเพลงแล้ว นายพิชัยยังให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่สำหรับศิลปินรุ่นใหม่ ผ่านเทศกาลดนตรี Melody of Life ซึ่งเปิดโอกาสให้ศิลปินจากหลากหลายค่ายเพลงได้ร่วมแสดงบนเวทีเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการ SPAWN MUSIC CONTEST เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาและนักศึกษามหาวิทยาลัยเข้าร่วมประกวดความสามารถทางดนตรี โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแข่งขันเพื่อรับรางวัล แต่ยังมีกระบวนการพัฒนาทักษะผ่านการแข่งขัน การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการสร้างเส้นทางสู่อาชีพศิลปินอย่างเป็นรูปธรรม

เทศกาลดังกล่าวยังเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ด้านดนตรี ศิลปะ การออกแบบ และภาพยนตร์ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ Key Visual Design Contest, Visual Concert Design Co-Lab, Harmony Forest Co-Lab และ Exhibition Art Showcase เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มความสามารถ

นายพิชัย เชื่อว่า ดนตรี กีฬา และศิลปะ เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเปลี่ยนแปลงสังคม โดยที่ผ่านมาได้สนับสนุนกิจกรรมสำหรับเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงเด็กในสถานพินิจและโรงเรียนต่างจังหวัด เพื่อให้ได้รับโอกาสในการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง ซึ่งโครงการด้านกีฬาที่ดำเนินการยังสามารถพัฒนานักกีฬาไปสู่ระดับทีมชาติได้ถึง 20 คน และบางส่วนได้กลับมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้เยาวชนรุ่นต่อไป

ยกระดับเทศกาลดนตรีสู่ Carbon Neutral Event

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของการจัดงาน Melody of Life คือการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการตรวจวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน

จากข้อมูลการจัดงานที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากถึงประมาณ 200,000 คน พบว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมประมาณ 3,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) โดยสัดส่วนสูงสุดประมาณร้อยละ 60 เกิดจากการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน

จึงมีการวางแนวทางลดผลกระทบและชดเชยการปล่อยคาร์บอน ผ่านกิจกรรมเพิ่มพื้นที่สีเขียวและโครงการปลูกป่าของกลุ่มเซ็นทรัล ภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ซึ่งดำเนินการปลูกป่ารวมแล้วกว่า 31,720 ไร่ในหลายจังหวัด รวมถึงการจัดซื้อคาร์บอนเครดิตที่ผ่านการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยปีที่ผ่านมามีมูลค่าการจัดซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 200,000 บาท

แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะพัฒนาเทศกาลดนตรีให้สามารถสร้างความสุขแก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

ชูแนวคิด “ขยะคือเงิน” จัดการขยะอย่างเป็นระบบ

นายพิชัย กล่าวถึงแนวคิดสำคัญในการจัดงานว่า “หากลงมือทำอย่างจริงจัง จะพบว่าขยะคือเงินอย่างแท้จริง” เพราะขยะจำนวนมากสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มได้ หากมีการคัดแยกและบริหารจัดการอย่างถูกวิธี

ภายในงาน Melody of Life จึงมีการจัดจุดคัดแยกขยะจำนวน 4 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยขยะที่รวบรวมได้จะถูกนำมาชั่งน้ำหนักและบันทึกข้อมูล เพื่อประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวางแผนการจัดการอย่างเหมาะสม

สำหรับการจัดงานปีที่ผ่านมา สามารถรวบรวมและคัดแยกขยะได้รวม 2,081.07 กิโลกรัม หรือประมาณ 2.1 ตัน โดยแบ่งการจัดการออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้แก่

ขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ร้อยละ 68.5 นำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF)

เศษอาหาร ร้อยละ 22 นำไปผลิตปุ๋ยหมักและอาหารสัตว์

ขวดพลาสติก PET ร้อยละ 6.4 นำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัปไซเคิล

ขยะรีไซเคิลประเภทอื่น ร้อยละ 3.1 นำกลับมาใช้ประโยชน์และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนานวัตกรรมวัสดุรีไซเคิล เช่น ความร่วมมือระหว่าง SCG กับ Melody of Life ในการนำกระดาษรีไซเคิล 100% มาสร้างโครงสร้างเวที โต๊ะ และเก้าอี้ รวมถึงประติมากรรม “Giant Guitar of Waste” จากขวดพลาสติก PET และซุ้มไฟประดับ “Harmony Forest” จากพลาสติกรีไซเคิล

ขณะเดียวกัน โครงการ Poy-Sian Upcycling ยังนำพลาสติกเหลือใช้มาแปรรูปเป็นอิฐบล็อกปูพื้น ที่นั่ง และวัสดุสำหรับใช้ประโยชน์ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

“ทำด้วยกัน” พลังความร่วมมือเพื่อความยั่งยืน

นายพิชัย ย้ำถึงหลักคิดในการดำเนินงานว่า “ทำคนเดียว ตายสิบชาติก็ไม่เสร็จ แต่ถ้าพวกเราทำด้วยกัน มันถึงจะสำเร็จ” ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ความสำเร็จของเทศกาล Melody of Life เกิดจากการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ศิลปิน สถาบันการศึกษา และประชาชน โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการออกแบบเวทีและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้

พร้อมกันนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการ “Plant Together” เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมบริจาคเงินเพื่อปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียว กิจกรรมนำเสื้อยืดหรือกระเป๋าเก่ามาสกรีนลวดลายศิลปินเพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนการปลูกต้นไม้ ตลอดจนกิจกรรมเกมให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ เพื่อสร้างความเข้าใจและปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่คนรุ่นใหม่

ต้นแบบเทศกาลดนตรีสร้างสรรค์ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

การจัดเทศกาลดนตรี Melody of Life ครั้งที่ 17 จึงไม่ได้เป็นเพียงการรวมตัวของศิลปินและผู้ชื่นชอบเสียงดนตรีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ในการใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางสังคม ส่งเสริมความสามารถของเยาวชน และขับเคลื่อนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

จากจุดเริ่มต้นของความรักในเสียงดนตรี สู่การก่อตั้งค่ายเพลง SPICYDISC และการพัฒนาเทศกาลดนตรีที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นายพิชัย จิราธิวัฒน์ ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามเชื่อมโยงธุรกิจสร้างสรรค์เข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

Melody of Life จึงนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของการยกระดับเทศกาลดนตรีไทยสู่แนวทางการจัดงานคาร์บอนต่ำ ที่มุ่งสร้างความสุขจากเสียงเพลง ควบคู่กับการลดขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้แก่คนรุ่นต่อไป

ข้อมูลประกอบข่าว: เนื้อหาและตัวเลขจากข้อมูลการจัดงาน Melody of Life และแนวคิดของ นายพิชัย จิราธิวัฒน์ ตามต้นฉบับที่ได้รับ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/share/p/1CAuZcf8hz/

 

ทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม กลิ่นทะลุ เนื้อทะลัก ให้มากกว่าความอร่อยคือคุณภาพที่พร้อมเสิร์ฟถึงมือคุณ ┏━━━━━━━━━━━━━━┓ 📭ส่งถึงหน้าบ้านทุกออเดอร์ "มีหน้าร้าน" ┗━━━━━━━━━━━━━━┛ 🍛━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━🍛 🎁#โปรพิเศษ "สั่งผ่านไรเดอร์ Grap Lineman"🔥» ✅500 กรัม. 【ราคา 649.-】 ✅1 กิโลกรัม.【ราคา 1,199.-】ปกติ 1̷,5̷0̷0̷.- ต่อ กก. 🍛━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━🍛 อยากได้เนื้อแบบไหน "#หมูทองจัดให้" ฟินจนต้องสั่งเพิ่ม ➤เนื้อเหลือง ➤แน่น ➤ฟู ➤หอม ➤หวาน ➤กรอบ 🔝ละลายในปาก ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ ━ เดลิเวอรี Grab LINE MAN Wongnai เขต กทม. 1 ชม./วันเดียวถึง 🛵Grab : https://r.grab.com/g/0-8678eeff659d4cad9a1647b1d5c15008 🛵สั่งเลย 👉🏻 https://wongn.ai/21PuMM 🚛ตจว.1-2 วัน #มีบริการรถเย็นส่งทั่วไทย “ฟรี” ┏━━━━━━━━━━━━━━┓ 📦สั่งซื้อ / สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม📦 ☎️Tel : 081-755-3332 🆔ลิ้งค์ไลน์ https://line.me/ti/p/Vs22pbpiT- 🌎เว็บไซต์ https://www.7-11starnews1.com/43356 ┗━━━━━━━━━━━━━━┛ #ทุเรียนหมูทองของฝากมงคล#ทุเรียนกรอบนอกนุ่มในไก่ฉีก#ทุเรียนเห็นแล้วหิว#ทุเรียนเลี้ยงคน #ทุเรียนซิ่งเฮียหมูห้วยขวางคุณภาพ #รับประกันความอร่อยระดับมืออาชีพเกินกว่า 10 ปี

Related posts