กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกําลังใจฯ เปิดโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” (INSPIRE…THAI FIGHT) “หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” ใช้ “มวยไทย” พลิกโอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์ สู่การเริ่มต้นใหม่อย่างมีศักดิ์ศรี

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (24 เม.ย.69) พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกําลังใจฯ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “กำลังใจ…ไทยไฟท์ (INSPIRE…THAI FIGHT) “หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” ภายใต้โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง จังหวัดปทุมธานี

โดยมี พลตำรวจโท สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นางนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ดร.นพพร วาทิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์ จํากัด พร้อมกันนี้ มี นายพงศธร กาญจนะจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นางสุนันทา คงพากเพียร ผู้อํานวยการทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง นายเผด็จ หริ่งรอด ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการทัณฑสถาน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด

ภายในงานดังกล่าวได้จัดการแสดง “เชิดชูไหว้ครูมวยไทย” โดยนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ จากทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง สาธิตการฝึกซ้อมมวยไทย โดยนักมวยจาก THAI FIGHT และนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ จากค่ายมวยสิงห์หนุ่มพัฒนา ลูกพระยม (ค่ายมวยของทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง) จากนั้น เป็นการรับฟังการสัมภาษณ์ แสนชัย พี.เค.แสนชัย มวยไทยยิม และนักมวยจาก THAI FIGHT “เผด็จศึก บ้านอินทรี ลูกพระยม”

ต่อมา พลอากาศเอก สมคิด ได้สวมมงคลให้กับนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้ง 6 คน ที่เข้าร่วมแข่งขันในโครงการ “กําลังใจ…THAI FIGHT” ได้แก่ 1) กำแพงสูง บ้านอินทรีย์ ลูกพระยม เรือนจำกลางเขาบิน 2) เพชรมงคล ทรัพย์แก้ว ลูกพระยม เรือนจำกลางระยอง 3) เพชรอาชา พรานบุญ ลูกพระยม เรือนจำจังหวัดสระบุรี 4) นรสิงห์ สิงห์หนุ่มพัฒนา ลูกพระยม ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง 5) สองคม วัยหนุ่มอโยธยา ลูกพระยม ทัณฑสถานวัยหนุ่มพระนครศรีอยุธยา และ 6) เพชรมังกร เรือนจำกลางราชบุรี ลูกพระยม เรือนจำกลางราชบุรี โดยนักมวยทั้ง 6 คน ได้กล่าวถึงถึงแรงบันดาลใจ

โดยพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกําลังใจฯ กล่าวเปิดโครงการกําลังใจ…ไทยไฟท์ (INSPIRE…THAI FIGHT) “หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” ว่า ภายใต้โครงการ “กําลังใจ” ในพระดําริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เกิดขึ้นจากการที่กรมราชทัณฑ์มีการพัฒนาเรือนจำเฉพาะทางด้านกีฬา ซึ่งมุ่งพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติเฉพาะ โดยการนํากีฬาที่มีความเหมาะสม และหลากหลายมาเป็นแนวทางเลือกให้กับผู้ต้องขัง เพื่อค้นหาศักยภาพพัฒนาตนเอง ให้นําความรู้ และทักษะความชํานาญเทคนิคด้านกีฬาที่ได้ฝึกฝนอบรมสร้างเป็นอาชีพด้านกีฬาให้กับตนเองได้

ซึ่งในปี 2561 ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง ได้รับการจัดตั้งเป็นเรือนจำเฉพาะทางด้านกีฬาแห่งแรกของกรมราชทัณฑ์ และมีนโยบายให้เรือนจำทุกแห่งมีสนามมวย เพื่อส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้ออกกำลังกาย ต่อมาได้มีการถ่ายทอดวิชาความรู้ส่งเสริมประสบการณ์ อีกทั้งเป็นการยกระดับทางอาชีพให้กับผู้ต้องขังที่มีความสามารถในการชกมวย ได้นำมาเป็นอาชีพสร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้ตั้งแต่ยังไม่พ้นโทษ ตลอดจนสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพเทรนเนอร์ และเจ้าของค่ายมวยได้ โดยเรือนจำได้ผลิตนักกีฬามวย เจ้าของค่ายมวยจำนวนมาก อาทิ ศิริมงคล สิงห์วังชา (เจ้าของค่ายมวยสิงห์วังชา) เอ็ม คนตัวลาย (เจ้าของค่ายมวย JM Boxing GYM) โคบาล สิงห์หนุ่มพัฒนา (นักกีฬามวยและเทรนเนอร์ต่างประเทศ) เป็นต้น

ส่วน บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ผู้จัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลอย่างต่อเนื่อง บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการแข่งขันมวยไทยอยู่แล้ว จึงเล็งเห็นว่า กีฬามวยไทย เป็นอีกหนึ่งประตูไปสู่โอกาสให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ ที่จะใช้เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตอีกครั้ง และที่ผ่านมา THAI FIGHT ได้เคยนำนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ 2 คน จากเรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี เข้าร่วมแข่งขันใน THAI FIGHT LEAGUE เมื่อเดือนกันยายน 2568 ทั้งสองได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “โอกาส” สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้จริง จากผู้ต้องราชทัณฑ์สู่ “นักสู้บนสังเวียน” ที่ได้รับการยอมรับ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ต้องราชทัณฑ์คนอื่น ๆ ทั่วประเทศ

ดังนั้น บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด จึงได้ร่วมหารือกับกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ จึงมีความเห็นร่วมกันว่า ในการพัฒนาต่อยอดการฝึกอาชีพนักมวยในเรือนจำ เพื่อให้ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ หรือการชกมวย นำไปสู่การพัฒนาสุขภาวะทางกาย และใจ รวมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และทัศนคติทางบวกให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่มีพระวิสัยทัศน์ในการให้กำลังใจ และโอกาสแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เป็นการคนดีคืนสู่สังคม โดยเฉพาะในเด็ก และเยาวชน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงส่งเสริมกีฬามวยในเด็กเยาวชนของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กแลเยาวชน และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จากการฝึกฝนจนกระทั่งได้ขึ้นชกหลายครั้ง

โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 เป็นผู้แทนพระองค์เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชรมหาวัชรราชธิดา แก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันงานมหกรรมต้นกล้ามวยไทย ชิงถ้วยพระราชทาน ครั้งที่ 4 เพื่อเป็นเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากทั่วประเทศ ในการจัดงานครั้งนี้มีนักกีฬา เยาวชน และครูผู้ฝึกสอนจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมมากกว่า 650 คน แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและพลังความร่วมมือ ในการสืบสาน และต่อยอดมวยไทยให้มั่นคง ยั่งยืน และก้าวไกลสู่ระดับนานาชาติต่อไป

สำหรับรูปแบบของ “กำลังใจ…THAI FIGHT” คือ นักมวยพิกัดไม่เกิน 60 กิโลกรัม จำนวน 6 คน แข่งขันชกมวยแบบคาดเชือก จำนวน 3 รอบ โดยเริ่มชกเก็บคะแนนในรอบแรก จำนวน 6 แมตช์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 – 27 กันยายน 2569 ส่วนรอบรองชนะเลิศ ชกแบบน็อกเอาต์ จำนวน 2 แมตช์ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 และรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 20 ธันวาคม นี้ ณ World Siam Stadium ตะวันนา บางกะปิ ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลพร้อมถ้วยพระราชทาน

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของโครงการในครั้งนี้ “หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือความจริง ซึ่งโครงการดังกล่าวกำลังพิสูจน์ว่า “การให้โอกาส” คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง “กำลังใจ…THAI FIGHT” จึงไม่ใช่เพียงโครงการกีฬา แต่คือ “โมเดลต้นแบบ” ของการพัฒนาคน ที่ผสานพลังของวัฒนธรรมไทย เข้ากับการฟื้นฟูสังคมอย่างยั่งยืน